Gallery

  • ut01.jpg
  • ut02.jpg
  • ut03.jpg
  • ut04.jpg
  • ut05.jpg

   คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 คน มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ปัจจุบันนางอรนุช สูงสว่าง กรรมการอิสระดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการสอบทานงบการเงิน

 

  • รายนามคณะกรรมการตรวจสอบ
  1. นางอรนุช สูงสว่าง                     ประธานกรรมการตรวจสอบ  (แทนนางบุญเสริม วิมุกตะนันทน์ ซึ่งลาออกเนื่องจากเกษียณอายุ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2562)
  2. นายพิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี      กรรมการตรวจสอบ
  3. นายปรีชา วัฒนศรานนท์             กรรมการตรวจสอบ

 

นิยามกรรมการอิสระของบริษัท ตามเกณฑ์ขั้นต่ำของ ก... มีดังนี้

****************************************************************************************

(ก)  ถือหุ้นไม่เกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต ทั้งนี้ให้นับรวมการถือหุ้นของ  ผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย

(ข)  ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน        ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษา ของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต

 (ค)  ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจ-ควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย

 (ง)  ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ขออนุญาต  บริษัทใหญ่  บริษัทย่อย  บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

ความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามวรรคหนึ่ง รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบ-กิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตหรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละสามของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของผู้ขออนุญาตหรือตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า  ทั้งนี้ การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน

 (จ)  ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้น-        รายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต  และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี  ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตสังกัดอยู่  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

(ฉ)  ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย     บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต  และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจ-ควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

 (ช)  ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของผู้ขออนุญาต ผู้ถือหุ้น-   รายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่

(ซ)  ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละหนึ่งของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น  ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย

 (ฌ)  ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของผู้ขออนุญาต

ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระที่มีลักษณะเป็นไปตามวรรคหนึ่ง (ก) ถึง (ฌ) แล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบขององค์คณะ (collective decision) ได้

1 ผู้ที่เกี่ยวข้อง : บุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

2 กรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน : กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร กรรมการที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการใดๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่จะแสดงได้ว่าเป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้ว และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น 

3 บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน : บริษัทย่อยในลำดับเดียวกัน ตั้งแต่ 2 บริษัทขึ้นไป ที่มีบริษัทใหญ่เป็นบริษัทเดียวกัน

หลักทรัพย์บริษัท

บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 600  ล้านบาท   เรียกชำระแล้ว  600  ล้านบาท  แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 45  ล้านหุ้น     หุ้นบุริมสิทธิ  15  ล้านหุ้น  มูลค่าหุ้นๆละ  10  บาท

สภาพและบุริมสิทธิแห่งหุ้นบุริมสิทธิ มีดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ
  2. ให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับเงินปันผล ในอัตราร้อยละ 14 ต่อปี  โดยให้ได้รับสิทธิตั้งแต่รอบปีบัญชี  2529  เป็นต้นไป
  3. ปีใดที่บริษัทฯ ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิได้หรือจ่ายได้ไม่เต็มตามสิทธิ ให้สะสมเงินปันผลที่พึงจะได้รับหรือในส่วนที่ได้รับไม่เต็มตามสิทธิในแต่ละปีได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี
  4. ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นสามัญได้รับอัตราเงินปันผลเกินกว่าร้อยละ 14 ต่อปี ให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 14  ต่อปี ด้วย  โดยให้ได้รับเท่ากับผู้ถือหุ้นสามัญ
  5. ในกรณีที่บริษัทฯ เลิกกิจการให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับเงินค่าหุ้นคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ
  6. นอกเหนือจากสิทธิที่ได้ระบุไว้ข้างต้นแล้ว ผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกันทุกประการ

รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 รายแรก ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นครั้งล่าสุด วันที่ 3 เมษายน  2561 

ลำดับที่

ผู้ถือหุ้น

จำนวนหุ้นสามัญ

จำนวนหุ้นบุริมสิทธิ

รวม

ร้อยละ

1.

กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน

1.1 บริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน)

15,580,540

14,348,660

29,929,200

49.88

1.2 บริษัท ยูเนี่ยนบริหารธุรกิจ จำกัด

10,260,200

10,260,200

17.10

1.3 บริษัท ยูเนี่ยนอุตสาหกรรมด้าย จำกัด

3,668,280

3,668,280

6.11

2

ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

3,497,400

400,000

3,897,400

6.50

3

นายสุรชัย  รติทอง

1,643,000

1,643,000

2.74

4

นายพิสิฐ  พฤกษ์ไพบูลย์

1,021,900

1,021,900

1.70

5

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

672,900

233,000

905,900

1.51

6

นางสุขุมล  ศิริมงคลเกษม

502,000

502,000

0.84

7

BNP PARIBAS WEALTH MANAGEMENT SINGAPORE BRANCH

478,000

478,000

0.80

8

นายชาญ  โสภณพนิช

452,600

452,600

0.75

9

นายบรรยง  อภิรักษ์เหล่าสกุล

429,000

429,000

0.72

10

นายชุตินธร  ดารกานนท์

380,500

                   

380,500

0.63

                                รวม

38,586,320

14,981,660

53,567,980

89.28

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่มีข้อตกลงระหว่างกันในเรื่องที่มีผลกระทบต่อการออกและเสนอขายหลักทรัพย์หรือการบริหารงานของบริษัทฯ

โครงสร้างบริษัท

UT Org

 

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติแต่งตั้งให้ นางชฎาพร   เจียมสกุลทิพย์   ดำรงตำแหน่งเลขานุการบริษัท  ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม  2551 โดยมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 89/15 มาตรา 89/16 มาตรา 89/17 และมาตรา 89/23

นอกจากนี้  เลขานุการบริษัทยังทำหน้าที่

  • ให้คำแนะนำด้านกฎเกณฑ์ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งข้อพึงปฏิบัติด้านการกำกับดูแลในการดำเนินกิจกรรมของคณะกรรมการให้เป็นไปตามกฎหมาย
  • ทำหน้าที่ในการดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัท  คณะกรรมการชุดย่อย และการประชุมผู้ถือหุ้น
  • ติดต่อประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการบริษัทและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  • จัดการ ประสานงาน และเก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการ ผู้บริหาร  รวมทั้งจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้ประธานกรรมการ  ประธานกรรมการตรวจสอบภายใน 7 วันทำการ  นับแต่วันที่บริษัทฯได้รับรายงานนั้น
  • ประสานงานการจัดให้กรรมการ/ผู้บริหารได้รับความรู้และเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ และกรรมการเฉพาะเรื่อง
  • ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น สำนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ และดูแลการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลและสาธารณชน ให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย
  • จัดให้มีการปฐมนิเทศ  จัดเตรียมเอกสารหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ และให้คำแนะนำแก่กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่
  • หน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

2     

 

    นาง

ชฎาพร  เจียมสกุลทิพย์  

      เลขานุการบริษัท

      จำนวนปีที่เป็นเลขานุการบริษัท  8   ปี

 

 

วุฒิการศึกษา

  • ปริญญาตรี  บริหารธุรกิจ  สาขาการจัดการ  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง บริหารธุรกิจ สาขาวิชาบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วิทยาเขตเทคนิค กรุงเทพฯ

การอบรม

  • หลักสูตร Company Secretary Program (CSP) รุ่น 27/2008 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  • หลักสูตร Effective Minute Taking (EMT) รุ่น 11/2008 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  • หลักสูตร Fundamental Practice for Corporate Secretary (FPCS 28)  สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
  • อบรมโครงการ Smart Disclosure Program (SDP) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • หลักสูตรของศูนย์พัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคม (SR Center) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    • การบริหารความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (P01)
    • การจัดทำรายงานความรับผิดชอบต่อสังคม
    • การวิเคราะห์ความเสี่ยงและประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (S04)
    • การประเมินผลและการจัดการข้อมูลด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (S05)
    • การจัดทำรายงานแห่งความยั่งยืน (S06)

 

หมวดหมู่รอง

คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

  1. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด  และกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้ง การกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน
  2. มีความรู้ ความสามารถ และมีความเป็นอิสระ สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการ ด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Care and Duty of Loyalty) สามารถทุ่มเทอุทิศเวลาให้กับบริษัทได้อย่างเต็มที่ มีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่เหมาะสม มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่สมบูรณ์ มีความคิดสร้างสรรค์ในการประชุม มีความตรงไปตรงมา มีความกล้าหาญในการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม และ/หรือ เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ประวัติการทำงาน และจริยธรรมที่ดีงาม รวมทั้ง เป็นที่ยอมรับจากสังคม
  3. มีความรู้ความสามารถที่สำคัญอย่างน้อยด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ด้านธุรกิจของบริษัท บัญชีและการเงิน การบริหารเชิงกลยุทธ์ การกำกับดูแลกิจการที่ดี กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ

ปัจจุบัน บริษัทมีคณะกรรมการบริษัท 9 คนประกอบด้วย

  • กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร  4 คน 
  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 คน
  • กรรมการอิสระและตรวจสอบ  3 คน

ประธานกรรมการเป็นกรรมการที่ไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการ  ไม่ได้เป็นบริหารและ  ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับฝ่ายบริหาร  ทั้งนี้ ประธานกรรมการมีหน้าที่ กำกับ ดูแลการบริหารจัดการ ให้คำ แนะนำ ช่วยเหลือฝ่ายบริหาร  แต่ไม่มีส่วนร่วม และไม่ก้าวก่ายในการบริหาร โดยให้เป็นหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ภายใต้กรอบอำนาจที่ได้รับจากคณะกรรมการ